นายกฯ อนุทิน”แจ้งด่วน!! วันนี้ 1 ต.ค.69เฮทั้งประเทศ…ดูเพิ่มเติม..

นายกฯ อนุทิน”แจ้งด่วน!! วันนี้ 1 ต.ค.69เฮทั้งประเทศ…ดูเพิ่มเติม..

วันนี้ (31 ส.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ เพื่อตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ก่อนเข้าร่วมการประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรก ณ จังหวัดสงขลา

จุดแรก นายกฯ และคณะ เดินทางไปยังคลองภูมินาถดำริ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรับฟังบรรยายสรุปและติดตามความคืบหน้าการขุดลอกคลองจากกรมชลประทาน ซึ่งได้รับยืนยันว่า การดำเนินการจะแล้วเสร็จทันก่อนฤดูน้ำไหลบ่าของภาคใต้ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมบริเวณประตูระบายน้ำ

ระหว่างนั้น นายกฯ ได้ร่วมพูดคุยกับรัฐมนตรีและ ผวจ.สงขลา ถึงการรับผิดชอบพื้นที่ โดยกำชับว่า แม้มนุษย์จะไม่สามารถเอาชนะธรรมชาติได้ แต่ต้องมีระบบบริหารจัดการที่มั่นคงแข็งแรงเพื่อดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด

เตรียมชง ครม.สัญจร ทำประกันภัยน้ำท่วมทุกครัวเรือน

นายกฯ ระบุว่า สงขลาและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและโอกาสของภาคใต้ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมและเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ

เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน ทั้งกรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมมือกันถอดบทเรียนจากเหตุการณ์อุทกภัยเมื่อปลายปีที่แล้ว เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และบูรณาการข้อมูลเพื่อแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนเตรียมศูนย์พักพิงและเครื่องจักรอพยพให้พร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ นายอนุทินเปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.สัญจร วันที่ 1 ก.ย. รัฐบาลเตรียมเสนออนุมัติโครงการทำประกันภัยอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชนทุกหลังคาเรือนในพื้นที่ประสบภัย โดยเน้นการจ่ายเยียวยาที่รวดเร็ว ลดขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้เช่า เพียงมีชื่อลงทะเบียนในพื้นที่ก็จะได้รับการคุ้มครองทันที

พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวถึงการเปิดใช้งานระบบ TH-AI Passport ในวันแรก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วางไว้เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชน

สยบรอยร้าว! โอบไหล่ “นายกฯแป้น”

ในช่วงการพบปะประชาชน นายกฯ ได้แนะนำ นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกฯแป้น” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ บนเวที โดยได้สวมกอดและโอบไหล่เพื่อสยบกระแสวิพากษ์วิจารณ์ นายกฯ ระบุว่า ตั้งแต่เหตุการณ์น้ำท่วมปีที่แล้ว นายกฯแป้นเป็นคนแรก ๆ ที่ลงพื้นที่ร่วมกันทำงาน และทำให้มีความสนิทสนมเข้าใจกันมากขึ้น

ยืนยันไม่ว่าใครจะนินทาอย่างไร รัฐบาลและเทศบาลนครหาดใหญ่จะจับมือร่วมกันทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ หากนายกฯ แป้น หลบเข้าบ้านก็จะตามไปพาออกมาทำงานร่วมกัน

นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หาดใหญ่เป็นเมืองเศรษฐกิจด่านหน้า ความเสียหายจากน้ำท่วมกระทบต่อโอกาสเติบโตของประเทศอย่างมหาศาล รัฐบาลจึงสนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูระบบชลประทานใน 5 จังหวัดภาคใต้เต็มที่ เพื่อให้การระบายน้ำและการเตรียมพร้อมอพยพประชาชน ตลอดจนสถานพยาบาลมีความสมบูรณ์ที่สุด
ลงนาม 2 สะพานใหญ่ เชื่อมโครงข่าย Missing Link

ในช่วงบ่าย ณ รร.บุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ นายกฯ เป็นประธานพิธีลงนามสัญญาก่อสร้าง 2 โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญภายใต้แนวคิดระบบคมนาคมสีเขียว ได้แก่โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กับ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา เชื่อม ต.เกาะกลาง กับ ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่

นายกฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นความฝันของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ลดระยะเวลาเดินทางระหว่างสงขลาและพัทลุงจาก 2 ชั่วโมง เหลือเพียง 15-30 นาที อำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่อันดามัน

ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงเส้นทาง Missing Link ครอบคลุมทั้งแนวเหนือ-ใต้ และแนวทะแยง เสริมศักยภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทยในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยวของอาเซียนกับประชากรกว่า 1,000 ล้านคนในภูมิภาค

คุมเข้มสิ่งแวดล้อมคุ้มครองโลมาอิรวดี

สำหรับข้อห่วงใยด้านสิ่งแวดล้อม นายอนุทิน ยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและคมนาคมต้องไม่แลกกับการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะบริเวณทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของ “โลมาอิรวดี” สัตว์ป่าคุ้มครอง

โครงการจึงผ่านการออกแบบตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสูงสุด พร้อมทั้งจัดให้มีเลนจักรยานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

ในช่วงท้าย นายกฯ ได้กำชับผู้รับเหมาและหน่วยงานก่อสร้าง ให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ รักษาสิ่งแวดล้อม คุมคุณภาพงานให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และส่งมอบงานให้ทันตามสัญญา เพื่อให้สะพานแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ความภาคภูมิใจของประเทศไทยในระดับสากล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *